Press "Enter" to skip to content

โตเกียว: คู่มือเดินเที่ยวย่านอาซากุสะ

← หน้าหลัก: คู่มือเที่ยวญี่ปุ่น

สำหรับเพื่อนๆ ที่มาเที่ยวโตเกียวเป็นครั้งแรก ย่านอาซากุสะ (Asakusa) ถือว่าเป็นย่านที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมี “วัดเซนโซจิ” ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญของโตเกียวแล้ว ยังมีถนนเส้นเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าขายของฝากสไตล์ญี่ปุ่นน่ารักๆ ให้เพื่อนๆ ได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอีกด้วย

1. Asakusa Station (สถานีอาซากูสะ) วันนี้เราเริ่มต้นกันที่สถานีอาซากูสะ ถ้าเดินทางกันมาจากย่านอื่นก็สามารถนั่งรถไฟเส้น Toei Asakusa หรือ Giza (สุดสาย) มาลงที่สถานี แล้วเดินออกทางออก exit 1 หรือ exit A4 ซึ่งจะพาเดินออกมาที่ซอยเล็กๆ ข้างถนน Kaminarimon Dori อยู่ไม่ไกลจากทางเข้าวัดเซนโซจินัก

2. Nakamise dori (ถนนนากามิเสะ) เป็นถนนคนเดินที่มีความยาวประมาณ 250 เมตร หัวถนนเริ่มต้นที่ประตูคามินาริ (Kaminari-mon) เป็นประตูทางเข้าวัดเซนโซจิที่มีโคมกระดาษสีแดงขนาดใหญ่ห้อยอยู่ตรงกลางกับรูปปั้นยักษ์ 2 ตัวยืนเฝ้าอยู่สองข้างประตู ถนนก็จะทอดยาวไปจนถึงตัววัดเซนโซจิเลย ซึ่งสองข้างทางเดินก็จะเป็นร้านค้าขายของที่ละลึกและขายอาหารกินเล่นสารพัดชนิด

3. Senso-ji (วัดเซนโซจิ) เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และนิยมมากที่สุดวัดหนึ่งของโตเกียว ในบริเวณวัดเป็นที่ตั้งของเจดีย์ 5 ชั้น และอาคารหลักที่เป็นสถานที่ประดิษฐานของพระโพธิสัตว์คันนง (Kannon Bosatsu)

เรื่องเล่าประวัติความเป็นมาของวัดเซนโซจิ: ประมาณปี ค.ศ. 628 มีชาวประมง 2 พี่น้อง (ฮิโนกูมะ ฮามานาริ และฮิโนกูมะ ทาเกนาริ) ทุกวันจะออกหาปลากันที่แม่น้ำซูมิดะ แต่มีอยู่วันหนึ่งทั้งสองจับปลาไม่ได้สักตัว จึงอธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้จับปลาได้เพื่อกลับไปทานเป็นอาหารเย็น พอเหวี่ยงแหออกไป สิ่งที่ติดแหขึ้นมากลับกลายเป็นพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ สูง 5 นิ้ว พี่น้องทั้งสองจึงนำไปให้หัวหน้าหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านได้ตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิม จึงได้เปลี่ยนแปลงบ้านของตนในอาซากูสะให้กลายเป็นวัดขนาดเล็ก เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ เพื่อให้คนในหมู่บ้านมากราบไหว้บูชา

4. Hanayashiki Amusement Park (สวนสนุกฮานายาชิกิ) เป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1853 — ช่วงแรกๆ สถานที่แห่งนี้เปิดเป็นสวนดอกไม้ ไม่ได้มีเครื่องเล่นสวนสนุกจนกระทั่ง 150 กว่าปีให้หลัง ถึงได้มีการนำเครื่องเล่นชิงช้าสวรรค์ รถไฟเหาะ ม้าหมุน และเครื่องเล่นต่างๆ มาติดตั้งและปรับปรุงสถานที่ให้เป็นสวนสนุกอย่างเต็มตัว 「 เปิดทุกวัน 10am-6pm | ตั๋ว ¥500 」

5. Edo Traditional Crafts Museum (พิพิธภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมเอโดะชิตะมาจิ) พิพิธภัณฑ์นี้สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดเทคนิคงานฝีมือสมัยเอโดะให้คนญี่ปุ่นรุ่นหลังๆ และคนทั่วโลกได้รู้จักและศึกษากัน ด้านในมีจัดโชว์ทั้งผลงานศิลปหัตถกรรมและเครื่องมือที่ใช้ให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน 「 เปิดทุกวัน 10am-8pm | ค่าเข้าชมฟรี 」

6. Taiko-kan Drum Museum (พิพิธภัณฑ์กลองไทโกะคัง) พิพิธภัณฑ์กลองนี้ตั้งอยู่ชั้นบนของร้าน Miyamoto Unosuke Shoten ซึ่งเป็นบริษัทกลองที่ผลิตกลองส่งออกไปทั่วโลก — ชั้น 4F เป็นพิพิธภัณฑ์โชว์กลองจากหลายๆ ประเทศ แต่สำหรับใครที่สนใจแค่กลองญี่ปุ่น ต้องตรงไปชั้น 2F ซึ่งจัดโชว์แค่กลองญี่ปุ่นอย่างเดียว「 ตัวร้านเปิดทุกวัน 9am-6pm, พิพิธภัณฑ์เปิด Wed-Sun 10am-5pm | ตั๋วพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ ¥500, เด็ก ¥150 」

7. Kappabashi dori (ถนนคัปปาบาชิ) สำหรับคอช๊อปปิ้งและคนที่ชอบเดินดูสินค้าต่างๆ แนะนำให้เดินต่อกันที่ถนนคัปปาบาชิครับ

ตึก Niimi Western – หัวถนนคัปปาบาชิ

ถนนเส้นนี้ยาวประมาณ 800 ม. มีร้านขายสินค้าครัวเรือนและจานชามสไตล์ญี่ปุ่นไปตลอดสาย หัวถนนจะมีตึกที่มีรูปปั้นกุ๊กขนาดยักษ์อยู่ตั้งอยู่ด้านบน ข้างในจะเน้นขายถ้วยชามลวดลายสไตล์ญี่ปุ่น (Niimi Western Tableware shop)

← หน้าหลัก: คู่มือเที่ยวญี่ปุ่น

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: