Press "Enter" to skip to content

มาชู ปิกชู สบายๆ ก็ไปได้

ใครอยากไป เดี๋ยวเราพาไปเอง แต่ไปแบบสบายๆ ไม่หาเรื่องปวดขากันนะ.. ถ้าใครต้องการแบบเดินเขา กางเต้นนอน 2-3 วัน ตามเส้นทาง Inca Trail ผมแนะนำให้ติดต่อบริษัททัวร์เลยครับ ของเราจะเป็นแบบนั่งรถ นั่งรถไฟ ออกเดินทางจากเมือง Cusco แล้วเที่ยวไปเรื่อยๆ จนถึง Machu Picchu — วางแผนและจองทุกอย่างเอง ไม่ง้อทัวร์ ใครสนใจตามเรามา

แผนการเดินทางโดยสังเขป: การเดินทางของเราเริ่มต้นที่เมือง Cusco (กุสโก) เหมารถทั้งวันให้ขับตามเส้นทางที่เราอยากจะไป เที่ยวไปเรื่อยๆ จนถึงเมือง Ollantaytambo (หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “Ollanta”) หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟต่อไปยัง Aguas Calientes (อะ-กัวส์ คา-เลียน-เตส์) ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหน้าด่านของมาชูปิกชู เราสามารถซื้อตั๋วขึ้นชม Machu Picchu ได้จากที่นั่นเลย

ระหว่างทางจาก Cusco ไป Pisac จะมีซากปราสาทและป้อมปราการต่างๆ ที่น่าหยุดเที่ยว แต่หลังจากผ่าน Pisac ไปแล้วก็จะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ ถนนเส้นจาก Pisac ไปจนถึง Ollanta ราบเรียบมาก คนที่เมารถหายกังวลได้เลย

 ·  ·  ·

นั่งรถเที่ยวจาก Cusco ไปยัง Ollanta

ถ้าขับตรงจะใช้เวลาแค่ประมาณ 3 ชม. แต่เนื่องจาเราเหมารถมาแล้วทั้งวัน เลยจัดเต็ม รถมารับที่โรงแรมใน Cusco ตั้งแต่ 7 โมงเช้า แต่กว่าเราจะเช็คเอ้าท์ ขนกระเป๋าขึ้นรถ และคุยกับคนขับเรื่องเส้นทางกันเสร็จ ขับออกมาก็ 8 โมงเช้าพอดีพอขับไต่เขาขึ้นมานิดนึง ด้านขวามือจะมีลานกว้างให้จอดถ่ายรูปพาโนราม่าของเมือง Cusco ได้อย่างสวยงาม

View of Cusco and its Plaza de Armas – วิวเมืองกุสโกถ่ายจากเนินเขาที่ว่า

ถัดจากลานที่จอดถ่ายรูปมาหน่อยก็จะเป็น Sacsayhuaman – ซากกำแพงเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน Cusco — หินจำนวนมากจากที่นี่ได้ถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างโบสคาทอลิกในเมือง Cusco หลังจากที่ถูกชาวสเปนยึดครองเมือง

วิว Sacsayhuaman – หยุดถ่ายข้างทาง

พอขับผ่าน Sacsayhuaman เส้นทางก็เริ่มชันขึ้นทันที วิวสองข้างทางสวยอย่าบอกใคร มองไปตามเทือกเขาจะเห็นขั้นบันไดเป็นชั้นๆ เข้าใจว่าเคยเป็นลานที่ใช้ทำการเกษตรของชาวอินคาในสมัยก่อน
สลับกับทิวทัศน์ภูเขา ก็จะมีซากเมืองเก่าของชาวอินคา ที่เราสามารถจอดรถแล้วลงไปเดินดูและถ่ายรูปกันได้ แต่ละที่ก็จะมีไกด์ท้องถิ่นคอยยืนรอทักทายนักท่องเที่ยวอยู่ ถ้าจ้างไกด์ ไกด์ก็จะพาเดินดูตามจุดสำคัญๆ และเล่าถึงประวัติที่มาที่ไปให้เราฟัง ถ้าไม่อยากจ้างไกด์ก็สามารถเดินเองได้ ไม่มีปัญหาครับ แค่ต้องจ่ายค่าตั๋วเข้าชม
พอขับถึงเมือง Pisac ก็จะมีตลาด Pisac Market ที่เราแวะเดินดูของกัน และ Pisac Ruins ซึ่งเป็นซากเมืองเก่าที่ถือว่าใช้เทคนิคการก่อสร้างที่ทันสมัยเทียบเท่ากับ Machu Picchu ได้เลยทีเดียว

ด้านหน้าของเมือง Pisac มีกำแพงภาพวาดสีที่แสดงเรื่องราวประวัติของเมือง ขับผ่านกำแพงไปอีกไม่เท่าไหร่ก็ถึงตลาด Pisac Market

ตั๋วเข้าชม Pisac Ruins ราคา 70 โซล์ ใช้ได้สองวัน และยังสามารถเอาไปใช้เป็นตั๋วเข้าดูซากเมือง Moray และ Ollantaytambo ได้ด้วย เราเลยซื้อตั๋วและจ้างไกด์ท้องถิ่นให้พาเดินชมเมือง Pisac — ทัวร์ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

ไกด์เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ กำลังเล่าถึงประวัติของเมืองอย่างเมามัน

หลังจากเที่ยวเมือง Pisac กันแล้ว ก็ขับยาวเลยครับ เพราะเส้นทางค่อนข้างจะตรงและไม่มีอะไรให้หยุดดูมากนัก ตามข้างทางก็จะเห็นร้านอาหาร ปั้มนำ้มัน และร้านค้านู่นนี่ไปตลอดทาง เราหยุดทานพักหาอะไรทานที่เมือง Urubamba

เส้นทางมันเรียบมาก เลยต้องมีตะเข้นอนขวางถนนไปตลอดทางเพื่อไม่ให้คนขับเร็ว

ร้านอาหารที่หยุด ชื่อ Qanela Restaurante (โทร: +51 84-201373, เปิดทุกวัน 12:30-21:00) เป็นร้านอาหารเปรู จอดรถข้างถนน ที่นั่งกลางแจ้งบรรยากาศดี อาหารอร่อย

พอทานเสร็จก็ขับเข้าไปดูซากเมือง Moray แปบนึง อันนี้ถ้าใครไม่มีเวลาก็ข้ามไปได้เลย เพราะมันค่อนข้างจะออกนอกลู่นอกทางไปซักนิด แนะนำให้ขับตรงไปเมือง Ollantaytambo เลย แล้วใช้เวลาเดินเที่ยวตลาดและซากเมืองเก่าที่ Ollantaytambo จะคุ้มค่ากับเวลากว่ากันเยอะครับ

The view of Ollantaytambo ruins from the bottom – วิวของซากเมืองเก่า Ollantaytambo จากด้านล่าง

ซากเมืองเก่า Ollantaytambo ตั้งอยู่บนเนินเขา ต้องใช้เวลาเดินกันมากพอสมควรถ้าจะเดินให้ครบ ชาวอินคาสร้างเมือง Ollantaytambo ขึ้นมามีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการชลประทานและเป็นศูนย์รวมชุมชนชาวเกษตรกรของอนาจักรอินคา

แต่ในปี ค.ศ. 1532 ทหารสเปนเข้ามาบุกรุกดินแดน ทหารอินคาต่อต้านแรงทหารสเปนไม่ไหวแล้วได้ร่นถอยมารวมตัวกันอยู่ที่เมือง Ollantaytambo นี้ ซึ่งเลยกลายเป็นเมืองป้อมปราการที่ใช้ยื้อการเอาชนะของกองทัพสเปนไว้ได้นานมากที่สุด

ถ้ายืนอยู่ที่ซากเมือง Ollantaytambo แล้วมองไปยังเทือกเขาตรงกันข้าม จะเห็น store houses หรือเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า “qollqa” ที่ชาวอินคาสร้างไวเพื่อใช้เป็นห้องเก็บเผลิตผลการเกษตร

ส่วนตลาดของเมือง Ollantaytambo จะอยู่ติดกับสถานีรถไฟ ในตลาดก็มีร้านกาแฟเล็กๆ ขายน้ำดื่ม ผลไม้ อาหารกินเล่นต่างๆ และของประดิษฐ์ที่ชาวบ้านแถวนั้นทำมาขายคนต่างชาติ เมืองไม่ใหญ่มากครับ เดินไม่ถึง 10 นาทีก็หมดแล้ว นักท่องเที่ยวที่เดินๆ อยู่ในเมือง ส่วนใหญ่ก็มารอขึ้นรถไฟไป Aguas Calientes กันทั้งนั้น ส่วนที่พัก ร้านอาหารดีๆ ก็มีไม่มาก เพราะคนไม่นิยมมาค้างคืนกันที่นี่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

 ·  ·  ·

นั่งรถไฟจาก Ollanta ไป Aguas Calientes

เราจองตั๋วรอบสุดท้ายของวันที่เป็นตู้ Vistadome ซึ่งถ้าดูตามตารางเวลา รถไฟจะออกจาก Ollantaytambo ตอน 15:37 น. แล้วไปถึงที่ Aguas Calientes ประมาณ 5 โมงเย็งDSC_0423รถไฟมาถึงสถานีบ่าย 3 โมงเป๊ง มาจอดรอให้คนถ่ายรูปอยู่เป็นครึ่งชั่วโมงก่อนทยอยให้ขึ้นไปนั่งกัน รถไฟที่นี่ค่อนข้างตรงเวลามากเลยทีเดียว เรื่องการจองซื้อตั๋วอะไรต่างๆ ผมได้เขียนรายละเอียดไว้ด้านล่างนะครับmp_DSC_0478รถไฟตู้ Vistadome เป็นตู้หลังคากระจก สามารถนั่งดูวิวภูเขาป่าไม้ลำธารได้ไปตลอดทาง ผู้โดยสารทุกคนมีที่นั่งของตัวเอง ไม่มีคนมายืนถ่ายรูปบังวิวอะไรกันทั้งนั้น เก้าอี้ใหญ่หนานุ่มนั่งสบายมากครับ ระหว่างทางมีอาหารกินเล่นให้ด้วยmachu-road-15พอถึง Aguas Calientes เราก็เดินออกจากสถานีรถไฟผ่านตลาดงานฝีมือเล็กๆ (Handicraft Market) ตลาดนี้ตั้งติดอยู่กับสถานีรถไฟและปิดดึกพอสมควร สามารถเดินกลับมาซื้อของหลังอาหารเย็นก็ได้สบายๆ ต่อราคาได้ครับที่นี่
DSC_0540DSC_0594พอเราเดินข้ามสะพานอิฐเล็กๆ ที่อยู่ด้านข้างของตลาดไปหน่อย ก็จะเห็นโรงแรม ร้านอาหาร อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ร้านกาแฟ และร้านค้าต่างๆ เต็มตลอดข้างทางmp_DSC_0542ร้านอาหารในเมืองก็มีหลากประเภทหลายระดับด้วยกัน มีทั้งเป็นร้านตึกแถวเล็กๆ หรือจะเป็นภัตตาคารหรูติดแอร์ก็มี แล้วแต่ชอบเลยครับ ที่รู้ๆ คือไม่อดตายแน่นอน

ถ้าใครอยากนั่งร้านดีๆ มีแอร์ เราแนะนำ 2 ร้านนี้ นั่งสบายและอาหารรสชาติถูกปากคนไทยดีครับ: 1. Incontri del Pueblo Viejo (reviews) และ 2. Restaurant Indio Feliz (reviews) ทั้งสองร้านเสริฟอาหารท้องถิ่น และก็มีเป็นพวกพิซซ่า เบอร์เกอร์ สเต๊ก พาสตาด้วย สำหรับคนที่เบื่อข้าวกับถั่ว

เนื่องจากมีเวลาจำกัด เราเลยนอนค้างที่ Aguas Calientes แค่คืนเดียว พอวันรุ่งขึ้นก็มารอขึ้นรถบัสตั้งแต่ตีห้า ที่จะพาเราไต่เขาซิกแซ็กตามถนนขึ้นไปจนถึงทางเข้ามาชูปิกชู เข้าไปนี่ไม่มีคนเลยครับ ดีจริงๆ คุ้มกับที่แหกขี้ตาตื่นมายืนรอรถหน่อย คนเริ่มทยอยมากันมากขึ้นตอนสายๆ (8-9am) ช่วงที่แน่นที่สุดคือระหว่างเวลา 11am ถึง 3pm

สายๆ คนเริ่มเยอะ รถบัสมาส่ง/รับคนที่ทางเข้ามาชูปิกชู

หลังจากเดินเที่ยวมาชูปิกชูกันจนหนำใจ ก็ถึงเวลาที่ต้องนั่งรถบัสกลับ แล้วขึ้นรถไฟออกจาก Aguas Calientes – คืนนั้นเราเดินทางต่อไปยังเมือง Puno เพื่อเที่ยวทะเลสาป Lake Titicaca กันต่อ

เพื่อนๆ คนไหนอยากดูรูปหรืออ่านข้อมูลเกี่ยวกับมาชูปิกชู: http://manotat.com/machu-picchu-gallery

 ·  ·  ·

ก่อนออกเดินทางต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนออกเดินทางไปยังเมืองกุสโก เราแนะนำให้ อย่างน้อย จองตั๋วรถไฟ และที่พักใน Aguas Calientes ไว้ก่อนล่วงหน้านะครับ ยิ่งถ้าเป็นช่วง high season แล้วล่ะก็ อาจจะต้องหาจองล่วงหน้าไว้เป็นเดือนๆ เลยทีเดียว

1. จองตั๋วรถไฟจาก PeruRail.com – การจองตั๋วรถไฟก็ไม่ยากครับ สามารถจองผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ http://www.perurail.com พอเลือกวันที่เดินทาง เลือกเส้นทาง (Ollantaytambo – Machu Pichu) มันก็จะมีให้เลือกประเภทของตู้รถไฟ ตามตารางเวลา ประเภทของตู้ก็จะมีอยู่ 3 ประเภทให้เลือก: 1. Expedition – ตู้รถไฟปกติ นั่งสบายๆ ราคาไม่แพง 2. Vistadome – หลังคาเป็นกระจก นั่งไปดูวิวไปได้ และ 3. Belmond Hiram Bingham – ที่นั่งเป็นเลานจ์ กับโซฟา มีเสร์ฟอาหาร มีไลฟ์มิวสิคvisadome-perurailเราจองตู้ Vista Dome ที่ออกรอบสุดท้ายของวันจะได้มีเวลาเที่ยวระหว่างทาง Cusco-Ollanta เยอะหน่อย  อย่าลืมกระชับเรื่องเวลากับคนขับแท็คซี่นะครับ รถไฟที่นี่ค่อนข้างตรงเวลาพอสมควร

2. จองที่พักในเมือง Aguas Calientes – ถ้าใครจองตั๋วรถไฟรอบสุดท้ายเหมือนกับเรา กว่าจะถึง Aguas Calientes ก็เย็นแล้ว แนะนำให้จองที่พักไว้ล่วงหน้านะครับ อีกอย่าง เมืองนี้เป็นเมืองที่ค่อนข้างเล็ก และเป็นเมืองๆ เดียวที่นักท่องเที่ยวต้องมานอนค้างคืนเพื่อขึ้น Machu Picchu – ถ้าใครอยากได้ที่พักดีๆ ก็ต้องจองล่วงหน้ากันหลายเดือนหน่อยนะครับ

3. จองที่พักในเมือง Cusco – อันนี้แล้วแต่สไตล์การเที่ยวของแต่ละคน บางคนชอบเดินทางมาให้ถึงก่อน แล้วค่อยมาเดินหาที่พัก กุสโกเป็นเมืองใหญ่และมีที่พักรองรับนักเที่ยวได้เยอะจนหายห่วงเรื่องที่ว่าจะไม่มีที่พักได้เลย แต่ถ้าอยากพักที่ดีๆ ราคาไม่เว่อร์มาก ก็แนะนำให้หาและจองล่วงหน้าเช่นกันครับ

·  ·  ·

ถึงแล้วอย่าลืมปั๊ม passport ไว้เป็นที่ละลึกนะคับ

passport

ปีที่เราไปครบรอบ 100 ปีพอดี ได้ปั๊มพิเศษ อิอิ

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: