Press "Enter" to skip to content

ขับรถเที่ยวจอร์แดน 6 วัน เหนือจรดใต้

หน้าหลัก: คู่มือเที่ยวจอร์แดน

ทริปนี้ ผมจะพาเพื่อนๆ เช่ารถขับตระเวนเที่ยวประเทศจอร์แดนตามเส้นประวัติศาสตร์ ไปสัมผัสความขลังของดินแดนแห่งมนตรา โดยเราจะเริ่มต้นกันที่กรุงอัมมาน (Amman) และเมืองโบราณเจราช (Jerash) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ต่อจากนั้นขับรถเลาะเส้น King’s Highway เที่ยวลงมาเรื่อยๆ จนถึงนครเพตรา และทะเลทรายวาดีรัม (อยู่ใต้สุดของประเทศ) ก่อนที่จะตีรถกลับขึ้นไปนอนพักผ่อนลอยน้ำเล่นที่เดดซี (Dead Sea) ทะเลสาบที่เค็มที่สุดในโลก — ทริปนี้ใช้เวลาทั้งหมด 6 วัน

เที่ยวบิน กรุงเทพ-อัมมาน: สายการบิน Royal Jordanian เป็นสายการบินเดียวที่บินตรง กรุงเทพ-กรุงอัมมาน ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 9 ชม. และบินแค่ 1 เที่ยวต่อวันเท่านั้น โดยจะออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ 12:35am และถึงสนามบินอัมมาน (Queen Alia International Airport – AMM) เช้าตรู่ของวันเดียวกัน 5:35am

เมื่อถึงสนามบิน เพื่อนๆ ต้องเข้าคิวทำวีซ่า (visa on arrival) — ถ้าใครไม่ได้ซื้อ Jordan Pass ก็ต้องเตรียมเงินไปจ่ายค่าทำเนียม คนละ 40 ดีนาร์ อย่าลืมไปแลกเงินให้พอก่อนยืนต่อคิวนะครับ จะได้ไม่เสียเวลา.. บู๊ทแลกเงินอยู่เยื้องจากบู๊ทตรวจคนเข้าเมืองไปนิดเดียว

พอได้วีซ่า ได้กระเป๋ากันเสร็จเรียบร้อย ก็เดินออกไปติดต่อรับรถเช่ากันได้เลย ขับรถจากสนามบินไปยังตัวเมืองอัมมาน ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

ตารางการเดินทาง

วันไฮไลท์ค้างคืน
1เครื่องลง + AmmanAmman
2Madaba + Mt. Nebo + BethanyPetra
3PetraPetra
4Wadi RumWadi Rum
5Dead SeaDead Sea
6เตรียมตัวบินกลับบ้าน

วันที่ 1: เดินเที่ยว Amman + นครโบราณ Jerash

วันนี้เราเริ่มต้นกันที่กรุงอัมมาน แวะเดินเที่ยวบริเวณ Citadel และ Roman Theater สายๆ มุ่งเข้าตลาดหาของกินเล่น อย่าลืมแวะเดินถนนศิลปิน Rainbow Street นะครับ มีร้านขายของเก๋ๆ คาเฟ่เล็กๆ น่ารักๆ มากมายเลยทีเดียว

  • Amman Citadel
  • Raman Theater
  • King Abdullah I Mosque
  • Rainbow Street – ถนนศิลปิน
  • Taj Mall – ห้างหรูที่สุดในอัมมาน มีร้านอาหารเยอะ
วิวจาก Amman Citadel

ตอนบ่าย เดินทางไปเที่ยวเมืองโบราณ นครเจราช (Jerash) หรือที่เรียกๆ กันว่า “ปอมเปอีแห่งตะวันออก” ซึ่งเป็น 1 ใน 10 อดีตหัวเมืองเอกของอาณาจักรโรมัน ที่นี่เดินได้จนถึงเย็นครับ มีจุดที่น่าสนใจให้เดินดูมากมาย

สำหรับคนที่มีเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง (เหมือนเรา) ให้เริ่มต้นที่ซุ้มประตูกษัตริย์เฮเดรียน Hadrian’s Arch (South Gate) เดินเที่ยวตามจุดที่ลิสต์ไว้ด้านล่าง จนไปถึง Temple of Artemis และจบที่ North Gate

อันดับการเดินเที่ยวนครเจราช (ใช้เวลาครึ่งวัน):

  1. Hadrian’s Arch – ซุ้มประตูกษัตริย์เฮเดรียน (South Gate)
  2. Hippodrome
  3. Forum – ลานวงลี ล้อมด้วยเสา corinthium กว่า 160 ต้น
  4. Cardo Maximus – ถนนยาวสายหลัก
  5. Nymphaeum – น้ำพุตั้งอยู่ใจกลางเมือง
  6. Temple of Artemis (ถึง North Gate)
ลาน Forum ของนครเจราช (Jerash)

ถ้าไปแค่ถ่ายรูป เดินตรงไปที่ Forum ได้เลย ซึ่งเป็นลานกว้างล้อมรอบไปด้วยเสาโรมันมากกว่า 160 เสา เป็นมุมถ่ายรูปที่เด็ดสุดแล้วครับ ถ้าเพื่อนๆ สนใจเรื่องราวประวัติความเป็นมาด้วย ผมแนะนำให้จ้างไกด์ท้องถิ่นพาเดิน

คืนนี้ เรากลับไปนอนที่กรุงอัมมาน

วันที่ 2: เที่ยว Madaba + นอน Wadi Musa (Petra)

หลังอาหารเช้า กระโดดขึ้นรถขับมุ่งหน้าไปยังเมืองวาดีมูซา (Wadi Musa) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งติดอยู่กับทางเข้านครเพตรา ระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่เพื่อนๆ สามารถเลือกหยุดเที่ยวตามความชอบและเวลาที่มี

หนึ่งเมืองที่ไม่ควรพลาด คือ เมืองมาดาบา (Madaba) หรือที่รู้จักกันในนาม “เมืองแห่งโมเสก” โดยไฮไลท์ของที่นี่ คือ โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์ แห่งเซนต์จอร์จ (St George’s Greek Orthodox Church) ซึ่งพื้นด้านในของโบสนั้น จะเป็นแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเล็ม ที่ทำขึ้นจากโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2 ล้านชิ้น ตัวแผนที่มีขนาดใหญ่ถึง 25×25 ตารางเมตร และยังคงความสมบูรณ์ไว้ได้จนถึงปัจจุบัน

แผนที่เยรูซาเล็มในโบส St George’s Greek Orthodox Church

เมื่อขับผ่านเมืองมาดาบาลงมาเรื่อยๆ ระหว่างทางจะมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของศาสนาคริสต์ และซากปราสาทครูเสด ให้เพื่อนๆ ได้หยุดเที่ยวกันอยู่หลายจุด ที่สำคัญๆ ก็มี:

  • Memorial Church of Moses (Mt. Nebo) – อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรกรรมและความยิ่งใหญ่ของโมเสส
  • Bethany – บ่อจุ่มล้างพระเยซู
  • Kerak Castle – ปราสาทเครัคแห่งครูเสด
  • Shobak Castle – ปราสาทโชแบกแห่งครูเสด

ถ้าใครไม่สนใจหยุดเที่ยวปราสาทครูเสด (ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนถนนเส้น 35) ผมแนะนำให้ขับถนนเส้น 15 ซึ่งตัดตรงลงไปถึงเมืองวาดีมูซาเลย สภาพถนนค่อนข้างดี กว้าง มีปั๊มน้ำมันตลอดสาย และไม่คดเคี้ยวเท่าเส้น 35

คืนนี้นอนค้างคืนที่เมืองวาดีมูซา ซึ่งเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาพักปักหลักเพื่อเที่ยวนครเพตรา

ข้อควรรู้ ก่อนเดินทางไปนครเพตราคู่มือการเดินทาง และสถานที่พักบริเวณเพตรา มาดูกันว่ามีอะไรน่าเที่ยวระหว่างทางอัมมาน-เพตรา ขับถนนเส้นไหนปลอดภัย โรงแรมที่พักมีอะไรดี

วันที่ 3: เดินเที่ยว Petra (เพตรา)

วันนี้ตื่นแต่เช้ามืด เดินเข้าไปเที่ยวนครเพตรา เพื่อนๆ สามารถเดินเที่ยวอยู่ในเพตราได้ทั้งวัน (ไม่มีเวลากำหนดให้ออก) ประตูทางเข้าเปิด 6 โมงเช้า กรุ๊ปทัวร์ส่วนใหญ่ลงหลัง 8:30 am ถ้าเพื่อนอยากได้ถ่ายรูปใน Siq หรือกับ Treasury แบบไม่มีคนมายืนเกะกะขวางทาง แนะนำให้เริ่มตั้งแต่ 6-7 โมงเช้าเลยครับ

คู่มือเดินเที่ยวนครเพตรา (พร้อมแผนที่) — ในคู่มือนี้ ผมได้ร่างเส้นทางเดิน และจุดไฮไลท์สำคัญๆ ในนครเพตราให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน จะได้กะเวลาเดินเที่ยวกันถูก

เราเดินขึ้นไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกกันที่ Monastery ซึ่งอยู่สุดเส้นทางเดินของนครเพตรา ขากลับ เดินลงเขามาพร้อมๆ กับพ่อค้าแม่ค้าขายของ ที่ปิดร้านแล้วกำลังเดินกลับบ้าน

March 2019

วันที่ 4: Wadi Rum (ทะเลทรายวาดิรัม)

วันนี้สายๆ ออกเดินทางต่อไปยังทะเลทรายวาดิรัม ถ้าขับตรง โดยเราจะขับถนนเส้น 35 และ 47 ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถนนดีครับ มีปั๊มนำ้มันตลอดสาย แนะนำให้ไปถึง Rum Village ช่วงบ่ายๆ (1-2pm) จะได้มีเวลาทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปนั่งดูวิวพระอาทิตย์ตกบนเขาในวาดิรัม

ไว้มีเวลา ผมจะโพสคู่มือเที่ยวทะเลทรายวาดิรัมให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ

แม่ ลูก นั่งดูพระอาทิตย์ตกในทะเลทรายวาดีรัม

ก่อนออกเดินทาง ผมจองทัวร์ 4WD ครึ่งวันไว้กับทางแคมป์ที่จะไปนอนค้างคืน (แคมป์: Memories Aicha Luxury Camp) พอเดินทางไปถึง Rum Village ก็มีคนของโรงแรมมายืนต้อนรับ รอเช็คอิน ก่อนส่งเราขึ้นนั่งรถ 4WD ไปที่แคมป์ไซต์ ส่วนรถเช่าที่ขับมา ต้องจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถได้เลยใน Rum Village

March 2019

วันที่ 5: Dead Sea (ทะเลสาบเดดซี)

วันนี้ออกเดินทางจากทะเลทรายวาดิรัมไปยังเดดซี (Dead Sea) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ได้ชื่อว่าเค็มที่สุด และตั้งอยู่บนพื่นที่ที่ต่ำที่สุดในโลก เวลาจองที่พัก แนะนำให้หาที่พักที่ติดหน้าหาด จะได้สะดวกต่อการลงไปเล่นนำ้ โรงแรมส่วนใหญ่จะมีโคลนพอกผิวเตรียมไว้ให้ใช้ที่หาดด้วย

เส้นทางจาก Wadi Rum ไปยัง Dead Sea ขับไม่ลำบากครับ ขับตามถนนเส้น 65 ข้ามทะเลทรายจากเมืองอัคคาบา (Aqaba) ตรงแหน็วไปถึง Dead Sea เลย ผมแนะนำให้หยุดเติมน้ำมันที่เมือง Aqaba ก่อนวิ่งขึ้นเส้น 65 เพราะปั๊มน้ำมันบนเส้น 65 ค่อนข้างน้อย

ก่อนถึงที่พัก เพื่อนๆ สามารถหยุดเที่ยว Panorama Dead Sea Complex (จุดชมวิวพาโนรามา) ซึ่งมีร้านอาหารให้นั่งชมวิว และพิพิธพันธ์ที่มากด้วยข้อมูลเกี่ยวกับเดดซีให้เรียนรู้กันอีกด้วย

เราเดินทางถึงที่พักประมาณบ่าย 3 ถึง 4 โมงเย็น ใช้เวลาที่เหลือไปลอยนำ้เล่นในเดดซี พอกตัวด้วยโคลน หรือไม่ก็ไปสปา พักผ่อนได้อย่างเต็มที่ โรงแรมส่วนใหญ่จะปิดหน้าหาดไม่ให้คนลงทะเลประมาณ 6-7pm และเปิดให้ลงเล่นได้อีกทีเช้าวันรุ่งขึ้น 6 โมงเช้า

วันที่ 6: เตรียมตัวบินกลับบ้าน

วันนี้ตื่นมาทานอาหารเช้าที่โรงแรม ถ้ามีเวลา จะลงไปแช่นำ้ทะเลอีกรอบก็ยังได้ สายๆ แพ็กกระเป๋าเตรียมเช็คเอ้าท์ ถ้าต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด บางโรงแรมมีจัดอาหารเช้าใส่กล่องให้ได้ด้วย (แต่ต้องบอกให้ทางโรงแรมทราบคืนก่อนเช็คเอ้าท์)

การเดินทางจากเดดซีไปสนามบิน Queen Alia International Airport (AMM) ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ให้เวลาตัวเองเอารถไปคืนด้วยนะครับ

หน้าหลัก: คู่มือเที่ยวจอร์แดน

3 Comments

  1. Boy.kc Boy.kc October 5, 2019

    อ่านแล้วอยากตามรอยเลยครับ

  2. Lin J. Lin J. January 15, 2020

    ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีวิวดีๆ อยากทราบว่า เที่ยวนครเพตราวันเดียวพอไหมคะ

    • Naruedon Naruedon Post author | January 20, 2020

      ถ้าซื้อตั๋ววันเดียว แนะนำให้เริ่มแต่เช้าเลยครับ ทานเที่ยงในนั้น แล้วเดินต่อได้จนถึงเย็นครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: