Press "Enter" to skip to content

ขับรถตระเวนเที่ยวคอสตาริกา 1 อาทิตย์

ทริปนี้เป็นทริปแรกที่พาลูกชายแสนซน อายุ 18 เดือน เดินทางบินข้ามเขาข้ามทะเล ไปผจญภัยในประเทศที่เราสองพ่อแม่พูดภาษาท้องถิ่นไม่เป็นเลย แล้วแถมลูกดันเกิดป่วยกระทันหันระหว่างพักอยู่ในป่า กลางดึกต้องวิ่งหามฝ่าเสือสิงห์กระทิงแรดกันออกจากอุทยาน ไปคลีนิคในเมืองที่อยู่ห่างเป็นชั่วโมง บอกได้เลยคับว่า การเดินทางครั้งนี้ ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
แผนการเดินทาง คร่าวๆ – สามวันแรก เราเดินทางไปพักอยู่ในป่าของอุทยาน Arenal Volcano National Park เพื่อตั้งหลักเที่ยวภูเขาไฟเอรีเนล์ (Arenal) และดื่มด่ำธรรมชาติอย่างเต็มที่ ต่อจากนั้นก็กระดึ๊บๆ ลงจากภูเขาไฟ วิ่งเข้าหามหาสมุทรแปซิฟิก แล้วไปนอนพักตากอากาศที่ Manuel Antonio ซึ่งเป็นเมืองอุธยานเล็กๆ อยู่ริมทะเล มีป่าไม้หนาทึบปกคลุมหาดเล็กหาดน้อยที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจายตามแนวมหาสมุทรของเมือง เราพักอยู่ที่ Manuel Antonio สามคืน ก่อนโบกมือลาคอสตาริกา

หนึ่งอาทิตย์ เที่ยวคอสตาริตาแบบดิบๆ เช่ารถขับเอง แต่ละจุดมีอะไรน่าเที่ยว น่าสนใจแค่ไหน ติดตามต่อด้านล่างได้เลย

A Night in San Jose

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะต้องบินลงที่กรุงซานโฮเซ่ (San Jose) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศคอสตาริกา เพื่อทำการตรวจคนเข้าเมือง

กรุงซานโฮเซ่เป็นเมืองหลวงขนาดปานกลาง ที่เต็มไปด้วยคฤหาสน์สมัยวิกตอเรีย สร้างขึ้นจากความมั่งคั่งแห่งการค้าขายกาแฟ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติอย่างเราสักเท่าไหร่ แต่ที่ต้องมาเสียเวลาพักอยู่ที่นี่หนึ่งคืน ก็เพราะว่าเครื่องบินลงตอนห้าทุ่ม เลยจำเป็นต้องหาโรงแรมใกล้ๆ สนามบิน นอนพักตุนแรงก่อนหนึ่งคืน พอพระอาทิตย์ขึ้น เราก็เก็บข้าวเก็บของกระโดดขึ้นรถเผ่นออกจากเมืองโดยไม่ล่าช้าโรงแรมที่พักคืนแรก: Courtyard by Marriott San Jose Airport Alajuela – จัดว่าใช้ได้เลย สะอาด เตียงนอนสะบาย ราคาไม่แพง อยู่ใกล้สนามบิน และที่สำคัญมีซุ๊ปเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารอยู่ฝั่งตรงข้ามเลย ก่อนขับออกจากเมือง เราก็จัดการซื้อนำ้ดื่มแพ็คใหญ่หนึ่งแพ็ค นมกล่องเอาไว้ให้ลูกหนึ่งแพ็ค และของจำเป็นต่างๆ เอาไว้ใช้ระหว่างเดินทาง

Traveling to La Fortuna

เมือง La Fortunaเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งแนบติดภูเขาไฟ Arenal Volcano และ Chato Volcano และตั้งอยู่ห่างจาก San Jose ประมาณ 130 km

ในเมือง La Fortuna มีร้านอาหารเยอะพอสมควร มีคลินิค ร้านขายยา และโรงแรมที่พักอย่างหลากหลาย ร้านอาหารที่เรามาทานกันแล้วติดใจ ชื่อร้าน Soda Mima เป็นร้านเล็กๆ ขายอาหารท้องถิ่น ตั้งอยู่หลังคลินิคที่พาลูกมาหาหมอตอนกลางดึกคืนที่ป่วยหนัก อาหารรสชาติอร่อย และให้ปริมาณคุ้มกับราคาดีcosta-08นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวภูเขาไฟ ส่วนใหญ่ก็จะหาที่พักตั้งหลักอยู่ในเมือง La Fortuna เพราะมันสะดวกดี มีร้านอาหารและสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน แต่เนื่องจากเรามันนักเดินทางสายลุย ก็เลยตัดสินใจขับออกไปหาที่พักนอกเมือง

สำหรับพวกเรา เมือง La Fortuna เป็นแค่จุดหยุดนั่งจิบกาแฟ ยืดเส้นยืดสายก่อนใส่เกียร์เดินหน้าต่อไปหาที่พักในอุทยาน Arenal Volcano National Parkcosta-07.jpgเส้นทางจาก San Jose มาถึง La Fortuna ค่อนข้างคดเคี้ยวมากพอสมควร มีทั้งขับขึ้นเขา ลงเขา ขับผ่านทะเลหมอก ขับผ่านฝูงวัวฝูงควาย ฝูงม้าก็มี แล้วยังต้องขับแย่งกันข้ามสะพานเลนเดียวอีก
costa-11พอขับผ่านเมือง La Fortuna มาได้สักพัก ถนนก็เริ่มแคบลงๆ สองข้างทางที่เคยเห็นเป็นเสาไฟยืนเชิดอยู่ ก็ค่อยๆ ถูกแทนด้วยลำต้นไม้ที่สูงทึบ จนกระทั่งในที่สุดไม่เหลือเสาไฟซักต้นให้เห็น แต่โชคดีที่เราขับออกมาจากเมือง San Jose เร็วหน่อย เพราะเราก็ขับไปเรื่อยๆ หยุดชมนกชมไม้ กินนู่นกินนี่ ไม่เร่งรีบ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 5 ชม. พอขับถึงที่พักตะวันก็เริ่มบอกลาท้องฟ้าพอดี

Arenal Volcano National Park

ที่พักในอุทยานที่เราเอาชีวิตไปฝากไว้ 3 คืน ชื่อ Hotel Arenal Lodge – เราพักอยู่เป็นกระท่อมเล็กๆ สร้างเกาะอยู่บนเนินเขาและหันหน้าไปทางภูเขาไฟ ทำเลที่ตั้งของโรงแรมนี้ถือว่าดีโอเคเลยทีเดียว เงียบ และเขียวมากๆ
costa-30costa-51costa-31costa-32costa-35.jpgบริเวรรอบๆ ที่พักก็กว้างขวาง เหมาะสำหรับพาเด็กมาพักมาก มีเส้นทางเดินป่าง่ายๆ 2-3 เส้นทาง ไว้สามารถพาเด็กเดินเล่นดูผีเสื้อ ดูลิง และพืชพันธ์ุต้นไม้ดอกไม้ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยcosta-10มีเครื่องเล่นเป็นจังเกิ้ลจิมให้เด็กปีนป่าย ทักทายกับฝูงลิงที่นั่งแทะกล้วยอยู่บนต้นไม้ใหญ่เหนือลานเด็กเล่นได้costa-06ในล็อบบี้ของโรงแรม ก็จะมีที่นั่งที่ถูกจัดเรียงล้อมเตาผิงอิฐอันใหญ่ไว้เป็นระเบียบ ชักชวนให้คนได้นั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือ อังไออุ่นจากเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ในกรงเตาผิง

เมื่อเดินผ่านเตาผิงเข้าไปด้านใน ก็จะมีห้องกระจกที่เต็มไปด้วยของเล่นเด็ก รถเข็น ลูกบอล และโต๊ะเก้าอี้ขนาดจิ๋วไว้ให้เด็กได้นั่งเล่นของเล่นได้
costa-36costa-52costa-37.jpgห้องอาหารของโรงแรมเป็นลานไม้ ที่เหมือนถูกออกแบบสร้างเพื่อให้คนได้นั่งกินลมชมวิวภูเขาไฟโดยเฉพาะ

ระหว่างที่เราพักปักหลักอยู่ที่นี่ 3 คืน แต่ละวันเราก็ขับรถพาลูกออกไปสัมผัสธรรมชาติในแต่ละจุดของอุทยาน จุดแรกที่อยากแนะนำคือ Mistico – Arenal Hanging Bridges Park
costa-16costa-50ที่นี่ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถไปจอดที่หน้าทางเข้า แล้วตีตั๋วเข้าไปเดินชมธรรมชาติได้เองสบายมาก จะเป็นเส้นทางเดินป่าที่ไม่ยากลำบากนัก มีหลายเส้นทางครับ และหลายสะพานให้เดินสำรวจได้ทั้งวันcosta-04ถ้าวันไหนโชคดีไม่มีเมฆหมอก เวลาเดินข้ามสะพานก็จะเห็นวิวยอดภูเขาไฟ Arenal Volcano แต่สามวันที่เราพักอยู่ในอุทยาน บอกเลยว่าดวงตกจริงๆcosta-05นอกจากที่ Mistico Arenal Hanging Bridges Park แล้ว ก็มีนำ้ตก La Fortuna Waterfall และก็มีนำ้พุร้อน (Hot Springs) ตามจุดต่างๆ ที่เหมาะกับการไปนั่งแช่คลายกล้ามเนื้อหลังจากการเดินป่ามาทั้งวัน

·  ·  ·

หลังจากที่ได้ชุบตัวอยู่ในไอหมอกใต้ร่มเงาภูเขาไฟ Arenal อย่างอิ่มเอิบมา 3 วันซ้อน ก็ถึงเวลาที่เราต้องเก็บของขึ้นรถ โบกมือลาภูเขาไฟแล้วเดินหน้าต่อ

ก่อนสตาร์ตเครื่อง เราก็มานั่งเปิดแผนที่ดูว่า จะขับย้อนกลับทางเดิมหรือขับตรงต่อไปให้ไปทะลุอีกด้านของอุทยานดี ตอนนั้นก็อยากเห็นอะไรใหม่ๆ อ่ะนะ ก็เลยตัดสินใจขับตรงตัดเข้าป่าต่อไปเรื่อยๆcosta-40.pngดูจากแผนที่ ถนนเส้นนี้พาวิ่งตัดป่าเลาะทะเลสาบ Lake Arenal ไปอีกด้านของอุทยาน ซึ่งตอนแรกก็ดูอ้อมๆ ยังไงอยู่ แต่พอได้ขับจริงๆ ก็รู้สึกดีใจที่ได้ตัดสินใจวิ่งเส้นทางนี้ เพราะเส้นนี้ทิวทัศน์สวยมากๆ ครับ

พอผ่านทะเลสาบไปได้ครึ่งชั่วโมง ตามข้างถนนก็จะมีร้านคาเฟ่น่ารักๆ และร้านขายของที่ระลึกที่ตั้งขายเป็นหย่อมๆ ตามขอบทาง

สำหรับคนที่มีเวลานะครับ ทะเลสาบ Lake Arenal ก็เป็นจุดที่น่าหยุดเที่ยวอีกจุดหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเช่าม้าขี่ดูวิวทะเลสาบได้ ทางใต้ของทะเลสาบ ก็จะมีป่าดงดิบ Monteverde Cloud Forest Reserve ที่มีบ่อกบ (Ranario de Monteverde) และสวนผีเสื้อ (Jardin de Mariposas) ที่เป็นที่พักพิงของผีเสื้อนานาๆ ชนิด มากกว่า 40 สายพันธ์ุด้วยกัน

Manuel Antonio

หลังจากที่ขับลงจากเขาแล้ว เส้นทางก็ดีมากเลยทีเดียว ตรง เรียบ เฉียบ วิ่งลั่นล้าไปได้เรื่อยๆ เราก็มีการจอดเดิมนำ้มัน จอดหาของกินบ้างเล็กน้อย ใช้เวลาขับรถจาก Arenal Volcano National Park ไปยังที่พักในเมือง Manuel Anotonio ตกประมาณ 6-7 ชม. ระยะทาง 280 kmcosta-13ที่ Manuel Anotonio เราพักโรงแรมชื่อ Parador Resort & Spa ซึ่งเป็นรีสอร์ทที่สร้างอยู่บนเทือกเขาริมทะเล เทือกเขาที่ว่าก็มีป่าไม้ปกคลุมอย่างอุดมสมบูรณ์

ข้างๆ โรงแรม จะมีทางดินเล็กๆ ที่พาเดินตรงดิ่งเข้าไปในป่า พอเดินดุ่ยๆ ไปจนสุดทาง มันก็จะทะลุออกมา ณ หาดดิบๆ ทรายดำๆ ที่ชื่อว่า Playa Biesanz หาดนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากเลยทีเดียว เพราะถ้าใครจะมาหาดนี้ได้ ก็ต้องเดินทะลุป่าฝ่าฝูงลิงมาให้ได้ก่อน ถึงจะได้มีโอกาศมานั่งสัมผัสทราย ดำ-นวล บนหาดนี้ได้costa-12น้ำทะเลใสสะอาด น่าเล่นพอสมควร แต่หาดนี้ไปเล่นนำ้ลึกมากไม่ได้ เพราะพอเดินลงไปลึกเข้า พื้นทรายที่นุ่มๆ อยู่ กลับกลายเป็นโขดหินใต้ทะเลที่แหลมคม ถ้าเผลอเหยียบลงไปแล้วล่ะก็ มีเลือดกระฉูดกันเป็นอันแน่costa-41costa-44costa-43ระหว่างที่พักอยู่ที่นี่ 3 คืน ก็ได้พาลูกเล่นทั้งนำ้สระและนำ้ทะเล สร้างประสาททราย เดินป่าดูนกดูไม้ และพักผ่อนอย่างเต็มที่costa-09วันสุดท้ายก่อนขับรถออกจาก Manuel Antonio เราได้นั่งรถบัสไปเยือนอุทยาน Manuel Anotonio National Park ซึ่งเป็นอุทยานที่เพรียบพร้อมไปด้วยพันธ์สัตว์นานาชนิด มีโขดหินที่สวยงาม และหาดทรายที่ขาวสะอาดcosta-03วันนั้นอากาศร้อนมาก แล้วต้องมายืนตากแดดต่อคิวรอเข้าอุทยานอีก พอถึงคิวได้เข้า ตัวเล็กก็หงุดหงิด กระโดดขึ้นให้พ่อแม่อุ้มทันที ไม่อยากเดินซะงั้นอ่ะ 555.. พ่อแม่ก็ต้องสลับกันอุ้มcosta-02หลังจากเดินเล่นในอุทยานจนเหนื่อยหนำสำราญ เราก็นั่งรถบัสกลับโรงแรม ไปล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ขับรถออกจาก Manuel Antonio ตรงกลับไปที่กรุง San Jose เพื่อจะไปคืนรถที่เช่ามา และเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น

Leaving Costa Rica

คืนสุดท้าย เราจองโรงแรมติดกับสถานที่ที่ต้องเอารถไปคืน จะได้พอคืนรถเสร็จ ก็สามารถเดินข้ามถนนกลับโรงแรมไปได้เลย

ถ้าใครหาโรงแรมที่ไม่แพงมาก นอนสบายๆ หนึ่งคืนก่อนเดินทางไปสนามบิน Juan Santamaría Airport (SJO) เราแน่นำโรงแรมนี้นะครับ Holiday Inn Express San Jose Airport -โรงแรมมีรถรับส่งไปสนามบินฟรีด้วย 🙂

Pura vida!

costa-01

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: